ท่องเที่ยว ฮอกไกโด เกาะสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ

ท่องเที่ยว ฮอกไกโด เกาะสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่โตเกียว เกียวโต โอซาก้า ที่น่าเที่ยวเท่านั้นนะคะ อยากจะบอกว่าประเทศนี้เขาเที่ยวได้ทั้งประเทศจริง ๆ สวยงามแทบจะทุกมุมมองเลยล่ะ วันนี้ก็เลยอยากให้เห็นญี่ปุ่นทางด้านภาคเหนือกันบ้าง เลยจะมาแนะนำที่เที่ยวบนเกาะฮอกไกโด ต้องบอกว่าที่นี่เป็นเกาะสวรรค์ของคนรักธรรมชาติเลยล่ะ เพราะมีทั้งทุ่งดอกไม้ นาข้าวกว้างใหญ่ ภูเขาสวย ๆ มากมาย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวอีกมากมาย จะมีอะไรน่าสนใจในฮอกไกโดบ้าง ไปดูกัน

1. ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ (Sapporo TV Tower)

ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์ประจำเมือง สูงประมาณ 142.7 เมตร ซึ่งมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมเมืองซัปโปโรมุมสูงกันด้วย โดยที่จุดชมวิวนั้นจะสูงประมาณ 90.38 เมตร สามารถมองเห็นวิวโดยรอบเมืองซัปโปโรได้แบบ 360 องศา ด้านหนึ่งจะเป็นสวนสาธารณะโอโดริที่ทอดยาวไปกลางเมืองจนเกือบจรดกับภูเขาสูงใหญ่ ส่วนอีกฝั่งก็จะเป็นวิวทิวทัศน์ของเมืองไปจนเห็นทะเลที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าใครมาเที่ยวชมยามเย็นก็จะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ พร้อมกับบรรยากาศแสงไฟระยิบระยับเหนือเมืองซัปโปโรยามค่ำคืน เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่ด้านหน้าของทาวเวอร์ยังติดนาฬิกาบอกเวลาตัวใหญ่ไว้ให้ชาวเมืองได้ดูกันด้วย

2. สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park)

สวนสาธารณะโอโดริ เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ทอดยาวไปกว่า 1.5 กิโลเมตร กว้าง 100 เมตร ภายในสวนตกแต่งประดับประดาไปด้วยน้ำพุ ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ และดอกไม้หลากหลายสีสัน สวยงามน่าถ่ายรูปในทุกมุม ด้านข้างจะเป็นต้นไม้สูงใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นน่าเดินเล่นมาก ๆ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจระหว่างวันที่ดีที่สุดของซัปโปโรเลยก็ว่าได้

ในช่วงพักกลางวันจะเห็นชาวเมืองเอาผ้ามาปูข้าง ๆ สนามหญ้านั่งกินข้าวปิกนิกกันแบบชิล ๆ มีซุ้มขายอาหารอร่อย ๆ ราคาไม่แพงอยู่ใกล้ ๆ ยิ่งถ้าเป็นช่วงวันหยุดหลาย ๆ ครอบครัวก็จะพากันมาเดินเล่น พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำพุกันอย่างสนุกสนาน และที่สำคัญในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะเป็นสถานที่จัดงาน Saporo Snow Festival เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก มีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม เป็นภาพสุดน่าประทับใจที่อยากให้ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

3. หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)

หอนาฬิกาซัปโปโร ตั้งอยู่บนถนน Kita 1 Jo Kariki-dori ห่างจากซัปโปโรทีวีทาวเวอร์เพียงแค่ราว ๆ 300 เมตรเท่านั้น ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโร ตัวอาคารเป็นเรือนไม้สีขาวสไตล์อเมริกัน สร้างขึ้นด้วยไม้ในปี ค.ศ. 1878 ด้านบนของอาคารจะติดตั้งนาฬิกาที่สั่งซื้อมาจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ช่วงแรกอาคารแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ราชการ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ฮอกไกโด เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์ที่ 4 ของทุกเดือน)

4. ตลาดปลานิโจ (Nijo Fish Market)

ตลาดปลานิโจ เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนที่ชอบกินปลาดิบ เพราะเป็นแหล่งรวมอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองซัปโปโร มีอายุมากว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโซเซ (Sosei River) ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้ง Tanukikoji ที่นี่เต็มไปด้วยร้านขายปลาและอาหารทะเลสด ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลมากมาย และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ในตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ให้ได้ไปอิ่มอร่อยกับซีฟู้ดสดใหม่หลายร้าน ซึ่งมีเมนูที่น่าลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปูขน, ปูหิมะ, ปูอะแลสกา, หมึกหิ่งห้อย, หอยนางรม, หอยเชลล์, ปลาซาบะ, หอยอาซาริ, หอย Akagai, ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, ไข่หอยเม่น เป็นต้น เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.

5. ตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด (Former Hokkaido Government Office)

ตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือที่นักท่องเที่ยวมักเรียกกันว่าอาคารอิฐแดง เป็นอาการเก่าแก่อายุมากกว่า 130 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 โดยใช้อิฐแดงในการก่อสร้าง มีสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอบารอค ให้กลิ่นอายแบบอเมริกัน รอบด้านเป็นสวนสวยสุดร่มรื่น บรรยากาศสบาย ๆ ด้านในอาคารได้ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว จัดแสดงห้องต่าง ๆ ให้ได้ชมกัน พร้อมกับมีของขวัญจากนานาประเทศจัดแสดงอยู่ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นช่วงเทศกาลปีใหม่) ตั้งแต่เวลา 08.45-18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

6. ถนนทานุกิโคจิ (Tanukikoji Shopping Street)

ถนนทานุกิโคจิ เป็นย่านที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองซัปโปโร ด้วยเป็นถนนคนเดินใจกลางเมืองที่มีร้านค้ามากมายตลอดสองฟากฝั่ง รวมระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ที่นี่จึงกลายเป็นสวรรค์ของขาช้อป มีทั้งร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า สินค้าแฟชั่น โดยเฉพาะร้านขายเครื่องสำอางราคาถูก ก็อยู่บนถนนเส้นนี้ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าถ้าพกเงินมาหมื่นก็หมดหมื่น พกมาแสนก็อาจหมดแสนได้เลยล่ะ นอกจากนี้รอบ ๆ ก็ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นสุดอร่อยให้ไปลิ้มลองอีกด้วย ที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น.

This entry was posted in News.